Scabies หิด Disease Background

Last updated: 25 May 2026

บทนำ

โรคหิด (scabies) เป็นโรคติดเชื้อจากปรสิตที่พบได้ค่อนข้างบ่อย โดยมีสาเหตุจากตัวไร Sarcoptes scabiei var. hominis

ระบาดวิทยา

โรคหิดพบได้ประมาณ 200 ล้านรายต่อปีทั่วโลก โดยมีความชุกสูงในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อน โดยเฉพาะในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง พื้นที่ที่พบโรคหิดมาก ได้แก่ อินเดีย หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก และตอนเหนือของออสเตรเลีย ทั้งนี้ โรคหิดยังคงเป็นโรคประจำถิ่นในหลายพื้นที่ เช่น หมู่เกาะแปซิฟิก แอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศรายได้สูง โรคหิดมักพบในลักษณะการระบาดเป็นกลุ่มเฉพาะในสถานที่ที่มีผู้พักอาศัยร่วมกัน เช่น โรงพยาบาล สถานดูแลระยะยาว และสถานควบคุมตัว โดยคาดการณ์ว่า สถานดูแลระยะยาวประมาณ 1 ใน 50 แห่ง อาจพบการระบาดของโรคหิดภายใน 1 ปี

โรคหิดพบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาวที่มีเพศสัมพันธ์ ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความแออัด เช่น สถานดูแลผู้สูงอายุ ค่ายทหาร และเรือนจำ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางระบาดวิทยาระบุว่า ความชุกของโรคหิดไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างเพศชายและเพศหญิง

สาเหตุของโรค

โรคหิดเป็นโรคผิวหนังติดต่อที่เกิดจากการเข้ารบกวนของตัวไรเพศเมีย Sarcoptes scabiei var. hominis บริเวณชั้นหนังกำพร้า โดยตัวไรจะไชเข้าไปในชั้น stratum corneum เพื่อวางไข่และเพิ่มจำนวนต่อไป

พยาธิสรีรวิทยา

พยาธิสรีรวิทยาของโรคหิดเกี่ยวข้องกับปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกับสารก่อภูมิคุ้มกัน (antigens) ที่ถูกปล่อยออกมาจากตัวไรระหว่างการติดเชื้อ โดยตัวไร Sarcoptes scabiei สามารถสร้างโปรตีนหลายชนิดที่กระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน ได้แก่ เอนไซม์กลุ่มโปรตีเอส (proteases) โปรตีนที่มีคุณสมบัติคล้ายโปรตีเอส (pseudoproteases) และสารอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งส่งผลให้เกราะป้องกันของผิวหนังชั้นนอกถูกรบกวนและกระตุ้นให้ร่างกายเกิดภาวะไวต่อสารจากตัวไร นอกจากนี้ ตัวไรยังมีกลไกหลบหลีกระบบภูมิคุ้มกัน เช่น การปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบคอมพลีเมนต์ (complement pathways) และการยับยั้งสารต้านจุลชีพบนผิวหนัง (antimicrobial peptides) ทำให้สามารถคงอยู่ภายในร่างกายของผู้ติดเชื้อได้ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน โดยเฉพาะเชื้อ Staphylococcus aureus

Scabies_Disease BackgroundScabies_Disease Background


การแพร่เชื้อโรคหิดมักเกิดจากการสัมผัสผิวหนังโดยตรงกับผู้ติดเชื้อเป็นเวลานาน ซึ่งการติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์พบได้บ่อยในผู้ใหญ่ การแพร่เชื้อผ่านสิ่งของปนเปื้อน เช่น เครื่องนอน เสื้อผ้า และการสัมผัสผิวหนังในลักษณะทั่วไปที่ไม่ได้ใกล้ชิด มักพบได้น้อยในโรคหิดทั่วไป อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้อมูลสนับสนุนจำกัด แต่การแพร่เชื้อผ่านสิ่งของปนเปื้อนอาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคหิดชนิดสะเก็ดหนา (crusted scabies) ซึ่งมีจำนวนตัวไรบนผิวหนังมาก ตัวไรสามารถมีชีวิตอยู่บนร่างกายของผู้ติดเชื้อได้นานถึง 30 วัน และสามารถมีชีวิตอยู่บนสิ่งของต่าง ๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องนอน ได้ประมาณ 3 วัน

ปัจจัยเสี่ยง

โรคหิดพบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สุขอนามัยที่ไม่เหมาะสม ภาวะทุพโภชนาการ การระบาดในสถานที่ที่มีการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม เช่น โรงพยาบาลและสถานดูแลผู้สูงอายุ การเข้าถึงบริการสุขภาพที่ไม่เพียงพอ สภาพความเป็นอยู่ที่แออัด และภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

การจำแนกโรค

โรคหิดสามารถแบ่งออกได้หลายรูปแบบ ได้แก่ โรคหิดทั่วไป (classical scabies) โรคหิดชนิดสะเก็ดหนา (crusted scabies) ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ไม่บ่อย และโรคหิดชนิดก้อนนูน (nodular scabies)

Classical Scabies

Classical scabies มักพบในผู้ป่วยที่มีระบบภูมิคุ้มกันปกติ โดยในการติดเชื้อครั้งแรก มักพบจำนวนตัวไรเฉลี่ยประมาณ 5–15 ตัวต่อผู้ติดเชื้อหนึ่งราย

Crusted Scabies

Crusted scabies หรือที่เรียกว่า Norwegian scabies, Boeck scabies, scabies crustosa หรือ keratotic scabies เป็นโรคหิดรูปแบบที่ติดต่อได้ง่ายมาก โดยผู้ป่วยจะมีตัวไรจำนวนมากบนผิวหนัง ตั้งแต่หลายร้อยตัวไปจนถึงหลายล้านตัวต่อราย

Nodular Scabies

Nodular scabies มีลักษณะเป็นตุ่มนูนหรือก้อนนูนสีแดงน้ำตาลที่มีอาการคันมาก โดยมักพบหลังจากได้รับการรักษาโรคหิด ภาวะนี้ไม่ได้บ่งชี้เสมอไปว่ามีการติดเชื้อที่ยังดำเนินอยู่หรือยังรักษาไม่หาย แต่อาจคงอยู่ต่อเนื่องได้นานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน แม้ได้รับการรักษาจนกำจัดตัวไรได้แล้วก็ตาม