บทนำ
ภาวะผมร่วงอาจเกิดเฉพาะบริเวณเป็นหย่อมหรือกระจายทั่วหนังศีรษะ และสามารถแบ่งได้เป็นชนิดที่มีแผลเป็นและชนิดที่ไม่มีแผลเป็น โดยผมร่วงชนิดที่มีแผลเป็นเกิดจากการอักเสบของรูขุมขนอย่างรุนแรงจนทำให้เกิดความเสียหายถาวร ขณะที่ผมร่วงชนิดที่ไม่มีแผลเป็นยังมีโอกาสที่เส้นผมจะงอกกลับคืนได้ นอกจากนี้ อาการผมร่วงอาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลันหรือค่อย ๆ ดำเนินไปอย่างช้า ๆ
ระบาดวิทยา
androgenetic alopecia เป็นภาวะผมร่วงชนิดไม่มีแผลเป็นที่พบบ่อยที่สุดในประชากรทั่วไป พบได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิง โดยความชุกได้รับอิทธิพลจากอายุ เพศ และเชื้อชาติ พบมากที่สุดในประชากรเชื้อสายคอเคเชียน รองลงมาคือชาวเอเชีย แอฟริกันอเมริกัน ชนพื้นเมืองอเมริกัน และชาวอินูอิต สำหรับเพศชายเชื้อสายคอเคเชียน ความชุกและอุบัติการณ์ของโรคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามอายุ ขณะที่ในเพศหญิงมักเริ่มพบได้บ่อยหลังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน
alopecia areata พบได้ในประชากรทั่วไป โดยคาดว่าความเสี่ยงตลอดช่วงชีวิตอยู่ที่ประมาณร้อยละ 2 หรือกล่าวได้ว่าประมาณ 1 ใน 50 คนจะมีโอกาสเป็นโรคนี้อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต อุบัติการณ์และความชุกของโรคพบได้สูงกว่าในกลุ่มประชากรที่ไม่ใช่เชื้อสายผิวขาว (เช่น ชาวเอเชีย แอฟริกันอเมริกัน และฮิสแปนิก) เมื่อเทียบกับกลุ่มผิวขาว ทั้งนี้พบอัตราการเกิดโรคใกล้เคียงกันในเพศชายและเพศหญิง
พยาธิสรีรวิทยา
ในภาวะ androgenetic alopecia มีความสัมพันธ์กับการกระตุ้นตัวรับแอนโดรเจน (androgen receptor) ทำให้ระยะเจริญเติบโตของเส้นผม (anagen phase) สั้นลง ส่งผลให้ต่อมรากผม (hair follicle) ค่อย ๆ ฝ่อลง และเส้นผมที่งอกขึ้นใหม่มีลักษณะบางและสั้นลงกว่าปกติ นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ป่วย androgenetic alopecia มีการสร้าง dihydrotestosterone (DHT) เพิ่มขึ้น มีระดับเอนไซม์ 5-alpha reductase สูงขึ้น และมีจำนวน androgen receptor เพิ่มขึ้นในบริเวณหนังศีรษะที่มีผมบาง
alopecia areata เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยรูขุมขนที่อยู่ในระยะเจริญเติบโตของเส้นผม (anagen phase) จะเข้าสู่ระยะหยุดเจริญเติบโต (catagen phase) และระยะพัก (telogen phase) ก่อนเวลาอันควร ส่งผลให้เส้นผมหลุดร่วงอย่างฉับพลันและขัดขวางการงอกของเส้นผมใหม่ ปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ เช่น ความเครียดทางร่างกายหรือจิตใจ การได้รับวัคซีน การติดเชื้อ และยาบางชนิด อาจกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิคุ้มกัน โดยทำให้การทำงานของสารต้านการอักเสบลดลงและเพิ่มการแสดงออกของ major histocompatibility complex I (MHC-I) polypeptide-related sequence A (MICA) บนต่อมรากผม ขณะเดียวกันยังมีการหลั่ง interferon-γ (IFN-γ) และ interleukin-15 (IL-15) เพิ่มขึ้น ซึ่ง IL-15 และ IFN-γ จะกระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันให้เข้าไปทำลายบริเวณ hair matrix ส่งผลให้ต่อมรากผมเข้าสู่ catagen phase หรือ telogen phase เร็วกว่าปกติ จนนำไปสู่การหลุดร่วงของเส้นผมและยับยั้งการงอกของเส้นผมใหม่
ปัจจัยเสี่ยง
ภาวะ androgenetic alopecia หรือ male and female pattern baldness และ alopecia areata เป็นสาเหตุของภาวะผมร่วงที่พบได้บ่อยที่สุด
การจำแนกโรค
Alopecia Areata
ผมร่วงเป็นหย่อม (alopecia areata) เป็นโรคของต่อมรากผม (hair follicle) ชนิดไม่มีแผลเป็นที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยมีลักษณะสำคัญคือผมร่วงเป็นหย่อมอย่างชัดเจน
Androgenic Alopecia
ภาวะ androgenetic alopecia เป็นความผิดปกติเรื้อรังของต่อมรากผม ที่ทำให้ผมบางลงอย่างต่อเนื่องตามรูปแบบที่จำเพาะ ทั้งนี้ alopecia totalis อาจมีลักษณะคล้าย androgenetic alopecia จึงควรพิจารณาในการวินิจฉัยแยกโรค
