Alopecia ภาวะผมร่วง Drug Summary

Last updated: 29 April 2026

Corticosteroid Hormones*


 ยา  รูปแบบที่มีจำหน่าย  ขนาดยา  หมายเหตุ
 Intralesional Injections
 Dexamethasone  5 มก./มล.แบบฉีด ขนาดยา 0.2–6 มก. ฉีดเข้ารอยโรค โดยให้ซ้ำทุก 3–5 วัน หรือทุก 2–3 สัปดาห์
อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาจเกิดรอยบุ๋ม ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงได้โดยฉีดยาในปริมาณน้อยต่อจุด และฉีดเฉพาะในชั้น mid-dermis
ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ควรใช้ไซริงค์ขนาด 3 มล. ร่วมกับเข็มขนาด 30G ยาว ½ นิ้ว
  • สามารถใช้ยาชาเฉพาะที่ได้ตามความเหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการฉีดจนเกิดตุ่มนูน และไม่ควรฉีดลงในชั้น subcutaneous
  • หากเกิดรอยบุ๋ม ไม่ควรฉีดยาซ้ำบริเวณเดิมจนกว่าผิวหนังจะกลับสู่สภาพปกติ ไม่ควรฉีดยาเข้าสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังหรือชั้น epidermis
 Triamcinolone acetonide  10 มก./มล.แบบฉีด หนังศีรษะ: ฉีดยาขนาด 2.5–5 มก. เข้าชั้นหนังแท้ส่วนกลาง (mid-dermis) หลายตำแหน่ง โดยเว้นระยะห่างระหว่างจุดฉีดประมาณ 1 ซม. และให้การรักษาซ้ำทุก 4–6 สัปดาห์ ขนาดยาสูงสุดสำหรับหนังศีรษะไม่ควรเกิน 20 มก. ต่อครั้ง

คิ้ว: ฉีดยาขนาด 1.25 มก. เข้าชั้น mid-dermis ของคิ้วแต่ละข้าง โดยแบ่งฉีด 5–6 จุด ขนาดยาสูงสุดไม่ควรเกิน 7.5 มก. ต่อครั้ง**
 ชนิดรับประทาน
 Prednisone  -
ผู้ป่วย alopecia areata ที่มีรอยโรคกว้าง มีการดำเนินโรคอย่างต่อเนื่อง หรือมีการลุกลามอย่างรวดเร็ว และมีน้ำหนักตัว ≥60 กก.
  • 40 มก. รับประทานวันละครั้ง เป็นเวลา 1 สัปดาห์ จากนั้นลดขนาดยาตามลำดับดังนี้
  • 35 มก./วัน เป็นเวลา 1 สัปดาห์ 30 มก./วัน เป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • 25 มก./วัน เป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • 20 มก./วัน เป็นเวลา 3 วัน
  • 15 มก./วัน เป็นเวลา 3 วัน
  • 10 มก./วัน เป็นเวลา 3 วัน
  • 5 มก./วัน เป็นเวลา 3 วัน
ผู้ป่วย alopecia areata ที่มีรอยโรคไม่กว้างมาก แต่ยังอยู่ในระยะที่มีการดำเนินโรค
  • 20 มก. รับประทานทุก 48 ชั่วโมง
  • เมื่ออาการคงที่แล้ว ให้ค่อย ๆ ลดขนาดยาลงทีละ 1 มก./วันอย่างช้า ๆ
เมื่อภาวะโรคคงที่แล้ว ให้ค่อย ๆ ลดขนาดยาลงทีละ 1 มก./วัน
อาการไม่พึงประสงค์:
  • กระเพาะอาหารอักเสบ หากใช้เป็นระยะเวลานาน อาจเกิด: น้ำหนักเพิ่ม ความดันโลหิตสูง ต้อกระจก ภาวะต่อมหมวกไตทำงานไม่เพียงพอ โรคกระดูกพรุน มวลกล้ามเนื้อลดลง ปวดหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แผลหายช้า และความไม่สมดุลของเกลือแร่
ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • รับประทานพร้อมอาหาร
  • อาจใช้ร่วมกับ corticosteroids ชนิดฉีดเข้ารอยโรค (intralesional) หรือสารละลาย Minoxidil
 ชนิดทา
 Betamethasone dipropionate  ครีม ขี้ผึ้ง โลชัน และเจล ความเข้มข้น 0.05%  ทายาบาง ๆ บริเวณที่มีรอยโรคและเลยขอบรอยโรคออกไปประมาณ 1 ซม. วันละครั้ง (ทุก 24 ชั่วโมง)
อาการไม่พึงประสงค์:
  • แสบร้อน ระคายเคือง หรือคันบริเวณที่ทายา
ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • หากเกิดการระคายเคืองผิวหนังหรือผื่นผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส ควรหยุดใช้ยา 
  • การใช้ยาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจส่งผลให้การทำงานของแกน hypothalamic-pituitary-adrenal (HPA axis) ถูกกด และอาจเกิดอาการแสดงของภาวะ Cushing’s syndrome ได้
 Clobetasol propionate  ครีมและขี้ผึ้ง ความเข้มข้น 0.05%  ทายาบาง ๆ บริเวณรอยโรคทุก 12 ชั่วโมง
อาการไม่พึงประสงค์:
  • ผลต่อระบบเมแทบอลิซึม: การกดการทำงานของแกน hypothalamic-pituitary-adrenal (HPA-axis suppression)
  • อาการทางผิวหนัง: เกิดรอยบุ๋ม หลอดเลือดฝอยขยายผิดปกติ (telangiectasia) รูขุมขนอักเสบ (folliculitis) ผิวหนังสีจางลง (skin hypopigmentation) และผิวหนังแดงชั่วคราว (transient erythema)
  • อาการเฉพาะที่: คัน แสบร้อน หรือระคายเคืองบริเวณที่ใช้ยา

ข้อแนะนำในการใช้ยา:

  • ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในทารกและเด็ก
  • ควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • การปิดคลุมบริเวณที่ทายาอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียได้
  • หยุดใช้ยาหากเกิดอาการแพ้ยา

*โปรดตรวจสอบรูปแบบผลิตภัณฑ์ยาและข้อมูลการสั่งใช้ยาล่าสุดจาก MIMS

Disease-Modifying Anti-Rheumatic Drugs (DMARDs)

 ยา  รูปแบบที่มีจำหน่าย  หมายเหตุ
 Baricitinib ขนาดยา 4 มก. รับประทานวันละครั้ง โดยอาจพิจารณาลดขนาดยาลงเป็น 2 มก. วันละครั้ง หากสามารถควบคุมการดำเนินของโรคได้อย่างต่อเนื่อง
อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการทางระบบทางเดินหายใจ: การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน และภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด (pulmonary embolism)
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร: คลื่นไส้ และปวดท้อง
  • อาการอื่น ๆ: น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ปวดศีรษะ ผื่นผิวหนัง ค่าการทำงานของตับสูงขึ้น สิว และภาวะไขมันในเลือดสูง (hypercholesterolemia)
ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อเรื้อรัง การติดเชื้อที่ยังมีการดำเนินโรค หรือมีประวัติการติดเชื้อซ้ำ รวมถึงผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของจำนวนเม็ดเลือด ระดับไขมันในเลือด หรือค่าการทำงานของตับ และผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน
  • ควรตรวจคัดกรองวัณโรคปอด (pulmonary TB) ก่อนเริ่มการรักษา และให้การรักษาหากผลตรวจเป็นบวก
  • ไม่แนะนำให้ได้รับวัคซีนชนิดเชื้อเป็น (live-virus vaccines) ระหว่างการรักษา ไม่แนะนำให้ใช้ร่วมกับ biological DMARDs, biological immunomodulators, Janus kinase inhibitors ชนิดอื่น, ciclosporin หรือยากดภูมิคุ้มกันที่ออกฤทธิ์แรงอื่น ๆ

กลุ่มยาโรคผิวหนังอื่น ๆ (ชนิดรับประทาน)

 ยา  ขนาดยา  หมายเหตุ
 Finasteride  ขนาดยา 1 มก. รับประทานวันละครั้ง
อาการไม่พึงประสงค์:
  • ความต้องการทางเพศลดลง, ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ, ความผิดปกติของการหลั่งน้ำอสุจิ, อาการแพ้ยา, ปวดอัณฑะ, อาการคัดตึงหรือเต้านมโตในเพศชาย
ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง ≥3 เดือน จึงจะเริ่มเห็นผลในการกระตุ้นการงอกของเส้นผมหรือชะลอการหลุดร่วงของเส้นผม
  • ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลการรักษาสูงสุด   
    • เมื่อหยุดยา ผลการรักษาจะค่อย ๆ ลดลงและกลับสู่สภาพเดิมภายในประมาณ 12 เดือน
  • ควรตรวจวัดระดับ prostate-specific antigen (PSA) ก่อนเริ่มการรักษาเพื่อสร้าง baseline
    • เนื่องจาก finasteride อาจทำให้ระดับ PSA ลดลง
  • ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้หญิง
 Ritlecitinib  50 มก. รับประทานวันละครั้ง
อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง (ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ) อาการทางระบบทางเดินอาหาร (ท้องเสีย ปากอักเสบ) อาการทางผิวหนัง (ผื่น ลมพิษ รูขุมขนอักเสบ ผื่นผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้) และอาการอื่น ๆ ได้แก่ ไข้ ระดับ creatine phosphokinase ในเลือดสูงขึ้น งูสวัด และจำนวนเม็ดเลือดแดงลดลง
ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีวัณโรคระยะกำเริบ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี หรือมีจำนวนลิมโฟไซต์สัมบูรณ์ (absolute lymphocyte count; ALC) <500/mm³ หรือจำนวนเกล็ดเลือด <100,000/mm³
  • ควรตรวจคัดกรองการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ รวมถึงตรวจ ALC และจำนวนเกล็ดเลือดก่อนเริ่มการรักษา และติดตามผลระหว่างการรักษา
  • ควรหลีกเลี่ยงการให้วัคซีนชนิดเชื้อเป็น (live attenuated vaccines) ระหว่างการรักษาหรือในช่วงเวลาก่อนเริ่มการรักษาไม่นาน

กลุ่มยาโรคผิวหนังอื่น ๆ (ชนิดทา)

 ยา  รูปแบบที่มีจำหน่าย  ขนาดยา  หมายเหตุ
Diphenylcyclopropenone (DPCP, Diphencyprone) ความเข้มข้น0.00001–2%
  • หากหลังการทา 1 สัปดาห์ ไม่พบปฏิกิริยาตอบสนอง หรือมีปฏิกิริยาเพียงเล็กน้อยถึงปานกลาง ให้ดำเนินการรักษาต่อได้
  • ลักษณะการตอบสนองที่เหมาะสม: มีอาการคันเล็กน้อย ผิวหนังแดง และมีขุยลอกเล็กน้อย    

หากเกิดปฏิกิริยารุนแรงร่วมกับตุ่มน้ำและอาการบวมชัดเจน ให้หยุดการรักษาชั่วคราวเป็นเวลา 1 สัปดาห์

ทาสัปดาห์ละ 1 ครั้งบริเวณหนังศีรษะด้านเดิม โดยปรับความเข้มข้นของสารละลายตามการตอบสนองจากการรักษาครั้งก่อน

เมื่อพบการงอกของเส้นผมในหนังศีรษะด้านที่ได้รับการรักษาแล้ว ให้เริ่มการรักษาในหนังศีรษะอีกด้านหนึ่งต่อไป

อาการไม่พึงประสงค์:
  • ต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณคอหรือหลังใบหู (lymphadenopathy), อาการคล้ายไข้หวัด, มีไข้, ผื่นผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสชนิดแพ้, ตุ่มพอง, autoeczematizationและความผิดปกติของสีผิว เช่น การเกิดจุดสีผิวซีดกระจายเป็นหย่อมเล็ก ๆ 
ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ผู้ที่ทำการทาสารควรสวมถุงมือทุกครั้งขณะปฏิบัติ
  • หลังการทาสาร ผู้ป่วยควรปกป้องบริเวณที่ได้รับการรักษาจากแสงแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง และควรหลีกเลี่ยงแสงแดดเป็นเวลา 48 ชั่วโมงหากสามารถทำได้
    • DPCP จะสลายตัวเมื่อสัมผัสแสง
  • ควรปกปิดบริเวณหนังศีรษะที่ได้รับการรักษาเมื่อมีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น เนื่องจากสารอาจถ่ายทอดไปยังผู้สัมผัสและก่อให้เกิดผื่นผิวหนังอักเสบหรือภาวะด่างขาวได้
Minoxidil 
  • สารละลาย/สเปรย์ ความเข้มข้น 2%
  • โลชัน/สารละลาย ความเข้มข้น 3%
  • โลชัน/สารละลาย ความเข้มข้น 5%
  • โฟม ความเข้มข้น 5%
สารละลาย: ใช้ 1 มล. (ประมาณ 6 สเปรย์) ทุก 12 ชั่วโมง โดยเริ่มทาจากกึ่งกลางบริเวณที่มีผมร่วง และปล่อยทิ้งไว้  ≥4 ชั่วโมง ขนาดยาสูงสุดไม่เกิน 2 มล./วัน  

โฟม: ใช้ปริมาณ ½ ฝา ทุก 12 ชั่วโมงในผู้ชาย หรือทุก 24 ชั่วโมงในผู้หญิง ขนาดยาสูงสุดไม่เกิน 1 ฝาต่อวัน
อาการไม่พึงประสงค์:
  • ผื่นผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส คัน หน้าแดงหรือผิวแดง อาการแสบร้อนเฉพาะที่ และการเจริญของขนในบริเวณที่ไม่ต้องการโดยพบได้บ่อยในผู้หญิง
ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ใช้ยาปริมาณ 1 มล. ต่อครั้ง โดยไม่ขึ้นกับขนาดของบริเวณที่มีผมร่วง 
  • มีอุปกรณ์สำหรับการใช้ยาหลายรูปแบบ ได้แก่ หัวสเปรย์, หัวสเปรย์แบบก้านยาว และ หัวทาแบบถู

ยาสำหรับบริเวณตา

 ยา  รูปแบบที่มีจำหน่าย  ขนาดยา  หมายเหตุ
 Bimatoprost สารละลายสำหรับตา ความเข้มข้น 0.03% หยอดตา 1 หยด วันละครั้งก่อนนอน
อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการเฉพาะที่: คัน ตาแดงจากเยื่อบุตา การระคายเคืองตา ตาแห้ง เยื่อบุตาแดง เปลือกตาอักเสบ ลูกตาจมเข้าเบ้า(enophthalmos) มีสารคัดหลั่งจากตา ปวดตา บวม บวมของเปลือกตา การเปลี่ยนสีของม่านตาให้เข้มขึ้น น้ำตาไหลมากขึ้น และตาพร่ามัว
  • อาการอื่น ๆ: ปวดศีรษะ และผิวหนังเปลี่ยนสี 
ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • หยอดยา 1 หยดลงบนก้านสำลีหรือแอปพลิเคเตอร์ปลอดเชื้อแบบใช้ครั้งเดียว แล้วทาให้ทั่วบริเวณขอบเปลือกตาบนบริเวณโคนขนตา วันละครั้งในเวลาก่อนนอน

ยากลุ่มอนุพันธ์ของแอนทราซีนชนิดทา (Topical Antracen Derivative Agent)

 ยา  รูปแบบที่มีจำหน่าย  ขนาดยา  หมายเหตุ
 Dithranol (Anthralin)
  • ขี้ผึ้ง ความเข้มข้น 0.5%
  • ขี้ผึ้ง ความเข้มข้น 1%
การรักษาแบบสัมผัสระยะสั้น (short-contact therapy): ทายาบริเวณหนังศีรษะที่มีรอยโรควันละครั้ง (ทุก 24 ชั่วโมง) โดยทิ้งไว้ 20–30 นาทีต่อวัน เป็นเวลา 2 สัปดาห์ จากนั้นเพิ่มระยะเวลาเป็น 45 นาทีทุก 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และสามารถเพิ่มระยะเวลาสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการแสบร้อน และการระคายเคืองผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังที่ไม่ได้มีรอยโรค 
  • การเกิดคราบสีติดผิวหนังและเส้นผม ซึ่งมักหายได้เองภายใน 2–3 สัปดาห์หลังหยุดยา และอาจทำให้เกิดการเปื้อนบนเสื้อผ้าและของใช้ในบ้านได้
ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ล้างออกจากหนังศีรษะด้วย mineral oil ก่อน แล้วจึงสระออกด้วยสบู่และน้ำ 
  • ผู้ป่วยบางรายอาจสามารถทายาไว้ข้ามคืนได้ โดยสามารถทนต่อการใช้ยาในลักษณะนี้ได้

Disclaimer

คำแนะนำขนาดยาทั้งหมดนี้ใช้สำหรับสตรีที่ไม่ได้ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และผู้ใหญ่ที่ไม่ใช่ผู้สูงอายุซึ่งมีการทำงานของไตและตับเป็นปกติ เว้นแต่จะมีการระบุไว้เป็นอย่างอื่น

ผลิตภัณฑ์บางรายการอาจไม่มีจำหน่ายหรือยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ตามข้อบ่งใช้ดังกล่าวในทุกประเทศ
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่แสดงใน Drug Summary อ้างอิงจากข้อบ่งใช้ที่ระบุไว้ในเอกสารกำกับยาซึ่งได้รับการอนุมัติในแต่ละประเทศ

โปรดศึกษาข้อมูลการสั่งใช้ยาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละประเทศจากเอกสารกำกับยาท้องถิ่นในหัวข้อ Related MIMS Drugs เพิ่มเติม