Alopecia ภาวะผมร่วง Disease Summary

Last updated: 29 April 2026

ภาพรวม

ภาวะผมร่วงสามารถเกิดได้ทั้งแบบเป็นหย่อมเฉพาะที่หรือกระจายทั่วหนังศีรษะ และอาจแบ่งออกเป็นชนิดที่มีแผลเป็นและชนิดที่ไม่มีแผลเป็น โดยผมร่วงชนิดที่มีแผลเป็นเกิดจากการอักเสบของรูขุมขนอย่างรุนแรงจนทำให้รูขุมขนถูกทำลายอย่างถาวร ส่งผลให้เส้นผมไม่สามารถงอกกลับมาได้ ส่วนผมร่วงชนิดที่ไม่มีแผลเป็นมักยังมีโอกาสที่เส้นผมจะงอกกลับคืนได้ ในส่วนนี้ได้กล่าวไว้ในหัวข้อ ‘บทนำ’

หัวข้อ ‘ระบาดวิทยา’ ระบุว่า ภาวะผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมน (androgenetic alopecia) เป็นสาเหตุของผมร่วงที่พบบ่อยที่สุดในทั้งเพศชายและเพศหญิง โดยความชุกเพิ่มขึ้นตามอายุและแตกต่างกันในแต่ละเพศและเชื้อชาติ สำหรับผมร่วงเป็นหย่อม (alopecia areata) พบว่าประชากรทั่วไปมีโอกาสเกิดโรคตลอดช่วงชีวิตประมาณร้อยละ 2 รายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติการณ์และความชุกของภาวะผมร่วงแต่ละชนิดได้อธิบายเพิ่มเติมไว้ในหัวข้อนี้

หัวข้อ ‘พยาธิสรีรวิทยา’ อธิบายว่า alopecia areata เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ขณะที่ androgenetic alopecia มีความเกี่ยวข้องกับการสร้างฮอร์โมน dihydrotestosterone (DHT) การแสดงออกของตัวรับแอนโดรเจน และการทำงานของเอนไซม์ 5-alpha reductase โดยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลไกการเกิดโรคของภาวะผมร่วงทั้ง 2 ชนิดได้อธิบายไว้ในหัวข้อนี้

หัวข้อ ‘สาเหตุ’ ระบุว่า สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะผมร่วง ได้แก่ androgenetic alopecia หรือ male/female pattern baldness และ alopecia areata โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้องอธิบายไว้ในหัวข้อนี้

หัวข้อ ‘การจำแนกโรค’ อธิบายว่า ภาวะผมร่วงชนิดไม่มีแผลเป็นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ androgenetic alopecia และ alopecia areata โดยมีลักษณะทางคลินิกและกลไกการเกิดโรคที่แตกต่างกันในแต่ละชนิด

Alopecia_Disease Summary 2Alopecia_Disease Summary 2

ประวัติผู้ป่วยและการตรวจร่างกาย

หัวข้อ ‘อาการแสดงทางคลินิก’ อธิบายลักษณะการร่วงของเส้นผม รูปแบบการกระจายของผมร่วง อายุที่เริ่มมีอาการ และการดำเนินของโรคในผู้ป่วยภาวะผมร่วง

หัวข้อ ‘การซักประวัติ’ เน้นความสำคัญของการทบทวนประวัติการใช้ยา การจำกัดอาหารอย่างเข้มงวด การรับประทานวิตามินเอเสริม อาการที่บ่งชี้ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ โรคร่วม และปัจจัยด้านความเครียด ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินผู้ป่วยที่มีภาวะผมร่วง นอกจากนี้ ควรซักประวัติครอบครัว รวมถึงประวัติความเครียดทางอารมณ์หรือเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจร่วมด้วย

หัวข้อ ‘การตรวจร่างกาย’ กล่าวถึงการตรวจประเมินต่าง ๆ ที่สามารถใช้ในผู้ป่วยภาวะผมร่วง เช่น วิธีการตรวจโดยการดึงผม (hair pull test) ซึ่งช่วยในการประเมินลักษณะและสาเหตุของการหลุดร่วงของเส้นผม

การวินิจฉัย

หัวข้อ ‘การวินิจฉัยและเกณฑ์การวินิจฉัย’ อธิบายการใช้ Hamilton-Norwood staging และ Ludwig staging ในการประเมินความรุนแรงของ male pattern hair loss (MPHL) และ female pattern hair loss (FPHL) ตามลำดับ นอกจากนี้ยังระบุว่า การวินิจฉัย alopecia areata อาศัยลักษณะทางคลินิกเป็นหลัก

ความสำคัญของการตรวจต่าง ๆ ที่ใช้ในการประเมิน androgenetic alopecia และ alopecia areata อธิบายไว้ในหัวข้อ ‘การตรวจทางห้องปฏิบัติการและอื่น ๆ’ ส่วนการใช้การถ่ายภาพทางการแพทย์เพื่อการประเมินเบื้องต้นในผู้ป่วย alopecia areata ได้กล่าวไว้ในหัวข้อ ‘การวินิจฉัยด้วยภาพ’

โรคและภาวะที่อาจมีลักษณะคล้ายภาวะผมร่วงได้อธิบายไว้ในหัวข้อ ‘การวินิจฉัยแยกโรค’

การจัดการ

หัวข้อ ‘การประเมิน’ อธิบายวิธีการต่าง ๆ ที่ใช้ในการประเมินความรุนแรงของภาวะผมร่วง รวมถึงผลกระทบด้านจิตใจและคุณภาพชีวิตที่อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วย

หัวข้อ ‘การรักษาด้วยยา’ อธิบายทางเลือกในการรักษาภาวะ androgenetic alopecia และ alopecia areata โดยครอบคลุมรายละเอียดของยาที่ใช้รักษาในแต่ละภาวะ ส่วนหัวข้อ ‘การรักษาโดยไม่ใช้ยา’ เน้นความสำคัญของการให้ความรู้แก่ผู้ป่วย และกล่าวถึงทางเลือกในการดูแลรักษาอื่น ๆ เช่น การใช้เครื่องสำอางเพื่ออำพรางผมบางหรือผมร่วง การใช้วิกผมหรืออุปกรณ์ทดแทนเส้นผม การรักษาด้วยเลเซอร์ การสักคิ้ว (micropigmentation) ตลอดจนการดูแลด้านจิตใจและจิตสังคมในผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากภาวะผมร่วง

หัวข้อ ‘การผ่าตัด’ อธิบายวิธีการรักษาภาวะผมร่วงด้วยการปลูกผมและการผ่าตัดลดขนาดหนังศีรษะ (scalp reduction)